4/29/2560

การตลาด พอเอามาเปรียบกับหลักพุทธ ทำให้คนกลัวถูกชวนทำบุญไหม







ถ้าจะมีใครสักคน ใช้หลักการตลาดทำให้คนซื้อหนังสือธรรมะกลับไปอ่านที่บ้านได้ คนๆนั้น ทำให้คนเข้าถึงธรรมะโดยไม่กระทบกับ จังหวะชีวิตที่ต้องทำมาหากิน แต่ไม่ห่างธรรมะ
...
แต่ถ้ามีใครคนหนึ่งใช้หลักการตลาด เป็นเครื่องมือสร้างความเกลียดชัง เช่น ใช้สื่อโซเชี่ยล โจมตีว่า #ถ้าชาวพุทธมีการใช้หลักการตลาดทำให้คนเข้าถึงความรู้ทางธรรม นั้นเป็นเรื่องที่ผิด
...
ผมถือว่า คนๆนั้น คิดผิด และ การพยายามชี้นำคนอื่นโดยการใช้หลักการตลาด โจมตีแนวคิดด้านบวกของผู้อื่น ผมว่า เป็นการใช้หลักการตลาดที่พลาดมากๆ เพราะ เขาใช้มันเพื่อ “ทำให้คนเกลียดพระ ปลุกปั่นชาวพุทธด้วยกันให้เกลียดวัด” หนักถึงขั้น ผู้คนเกลียดความดี กลัวการทำทาน ปฏิเสธการรักษาศีล และเห็นสมาธิเป็นเรื่องงมงาย
...
ผมว่า หลักการตลาดของคนๆนั้น คือความเลวร้ายของจริง
พระทุกวัดสอนเรื่อง #รวย ในทุกครั้งที่ให้ศีล
...
เคยได้ยินประโยคคุ้นหู ท่อนนี้ไหม ?

"สีเลนะ สุคะติง ยันติ
สีเลนะ โภคะสัมปะทา
สิเลนะ นิพพุติง ยันติ
ตัสมา สีลัง วิโสทะเย"
...
สีเลน สุคติง ยันติ
แปลว่า ศีลเป็นเหตุให้ถึงความสุข
...
สีเลน โภคสัมปทา
แปลว่า ศีลเป็นเหตุให้ถึงพร้อมด้วยโภคะทรัพย์ (รวย !!!)
...
สีเลนนิพพุติง ยันติ
แปลว่า ศีลเป็นเหตุให้ถึงพระนิพพาน
...
ตัสมา สีลัง วิโสทะเย
แปลว่า เพราะเหตุนั้นพึงชำระศีลให้หมดจด
...
ทีนี้ก็รู้แล้วนะ ทุกวัดสอนเรื่องรวยก็จริง
แต่รวยบนพื้นฐานความดี และมีหลักธรรมกำกับความรวย
...
หลักการตลาดเป็นองค์ความรู้การทำประชาสัมพันธ์
ไม่ใช่พฤติกรรมการเอาเปรียบ เพียงแค่ หลักการตลาด
มันมีทั้งช่องทาง และ ช่องโหว่
ใช้ดี ก็เป็นคุณ
ใช้ไม่ดีก็เป็นโทษ
ไม่แตกต่างจากหลักคิดอื่นๆ
...
หลักการตลาดไม่ใช่สิ่งผิด
ตราบเท่าที่คุณใช้มันชี้ทางบอกคนให้รู้ถูก รู้ดี รู้ชอบ
หรือ บอกทางสายกลาง เพื่อเดินไปสู่มรรค ผล นิพพาน
...
หลักการตลาด เป็นของฟรี เหมือนน้ำ ที่ใครๆ ก็ดื่มได้
หลักการตลาดจะเป็นพิษ ก็ต่อเมื่อถูกใช้ในทางที่ผิด
ก็เหมือนน้ำที่เจือปนสารพิษ ดื่มเพียงนิด ก็ถึงกับตาย
...
ก่อนจบ ขอทิ้งคำถามสำคัญไว้

ถามว่า มนุษย์ต้องบวชเท่านั้น ถึงไปนิพพานได้
คุณคิดว่า คำกล่าวนี้ จริงหรือไม่ ?
...
ปล.

ถ้าต้องบวชเท่านั้นถึงไปนิพพานได้
คนไม่บวช จะใช้ชีวิตยังไง ถ้าไม่มีกิน ไม่มีใช้
...
ถ้ามีคำยืนยันว่าไม่ต้องบวชก็ไปนิพพานได้
ช่วยยกตัวอย่างด้วย
...
(แต่ดักคอ) ห้ามยกตัวอย่าง พระอรหันต์(ยังไม่ได้บวช)ถูกโคขวิดเสียชีวิต เพราะมัวเดินหาจีวรบวชไม่ได้จนถูกโคขวิด เคสนี้ยกไว้ เพราะ พระอรหันต์ ถึงไม่ได้บวช ก็เป็นพระอริยะสงฆ์ ยิ่งกว่าสมมุติสงฆ์ไปแล้ว)
...
----- ใครอยากตอบคำถาม ก็ลงความเห็นไว้-----
...
ส่วนข้างล่างนี้ จะอ่านหรือไม่อ่านก็ได้
แนะนำหลักธรรมคำสอน น่าอ่าน เรื่องนี้
ตอบคำถามเรื่อง การตลาด การทำทาน และการบอกบุญ
ให้อ่านเฉยๆ แต่ไม่ลงความเห็น
...
"วณิชชสูตร" ว่าด้วยการค้าขาย
...
[๗๙] ครั้งนั้น ท่านพระสารีบุตรเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า ฯลฯได้ทูลถามว่า
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อะไรหนอเป็นเหตุเป็นปัจจัย ให้การค้าขายอย่าง เดียวกัน
พ่อค้าบางคนประกอบแล้วขาดทุน
บางคนประกอบแล้วได้กำไร ไม่เท่าที่ประสงค์
บางคนประกอบแล้วได้กำไรตามที่ประสงค์
บางคนประกอบแล้วได้กำไรยิ่งกว่าที่ประสงค์
....
พระพุทธองค์ ตรัสตอบว่า
ดูก่อนสารีบุตร บุคคลบางคนในโลกนี้
เข้าไปหาสมณะก็ดี พราหมณ์ก็ดี
ปวารณาสมณะหรือพราหมณ์นั้นให้บอกขอปัจจัยได้
บุคคลนั้นปวารณาด้วยปัจจัยใด
ไม่ให้ปัจจัยนั้น (แก่สมณพราหมณ์นั้น)
บุคคลนั้นถ้าตายจากอัตภาพนั้นมาสู่อัตภาพนี้
หากประกอบการค้าขายอันใด การค้าขายอันนั้นย่อมขาดทุน
...
ส่วนบุคคลบางคน
เข้าไปหาสมณะก็ดี พราหมณ์ก็ดี
ปวารณาสมณะหรือพราหมณ์นั้นให้บอกขอปัจจัยได้
บุคคลนั้นปวารณาด้วยปัจจัยใด
ให้ปัจจัยนั้นไม่เท่าที่ (สมณพราหมณ์นั้น ) ประสงค์
บุคคลนั้นถ้าตายจากอัตภาพนั้นมาสู่ อัตภาพนี้
หากประกอบการค้าขายอันใด
การค้าขายนั้นย่อมได้กำไรไม่เท่าที่ประสงค์
....
ส่วนบุคคลบางคน
เข้าไปหาสมณะก็ดี พราหมณ์ก็ดี
ปวารณาสมณะหรือพราหมณ์นั้นให้บอกขอปัจจัยได้
บุคคลนั้นปวารณาด้วยปัจจัยใด
ให้ปัจจัยนั้นตามที่ (สมณพราหมณ์นั้น ) ประสงค์
บุคคลนั้นถ้าตายจากอัตภาพนั้นมาสู่ อัตภาพนี้
หากประกอบการค้าขายอันใด
การค้าขายอันนั้นย่อมได้กำไร ตามที่ประสงค์.
....
ส่วนบุคคลบางคน
เข้าไปหาสมณะก็ดี พราหมณ์ก็ดี
ปวารณาสมณะหรือพราหมณ์นั้นให้บอกขอปัจจัยได้
บุคคลนั้นปวารณาด้วยปัจจัยใด
ให้ปัจจัยนั้นยิ่งกว่าที่ (สมณพราหมณ์นั้น) ประสงค์
บุคคลนั้นถ้าตายจากอัตภาพนั้นมาสู่ อัตภาพนี้
หากประกอบการค้าขายอันใด
การค้าขายอันนั้นย่อมได้กำไรยิ่ง กว่าที่ประสงค์
...
ดูก่อนสารีบุตร นี้แล เป็นเหตุเป็นปัจจัย
ให้การค้าขายอันเดียวกันพ่อค้าบางคนประกอบแล้วขาดทุน
บางคนประกอบแล้วไม่ได้กำไรเท่าที่ประสงค์
บางคนประกอบแล้วได้กำไรตามที่ประสงค์
บางคนประกอบแล้ว ได้ กำไรยิ่งกว่าที่ประสงค์.
...
จบวณิชชสูตรที่ ๙
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย จตุกนิบาต เล่ม ๒ - หน้าที่ 239

Cr. Thai Monks
2017.4.29

อยากบอกอะไรไหม ?