3/29/2560

ริ้วผ้าเหลือง - ระวังประวัติศาสตร์ซ้ำรอย!! รู้ทัน"เล่ห์ลิ้นพระ"




ตลอดระยะเวลาประมาณ 6-7 เดือนมานี้ คุณผู้อ่านจะสังเกตเห็นว่าผมพยายามไม่แตะต้องตัวบุคคล แต่วันนี้จะขอแตะพูดถึงด้วยความเป็นกัลยาณมิตรด้วยไมตรีจิตในฐานะน้องใหม่ที่เข้ามารับ ตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ “พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์” ซึ่ง “อาจจะยังไม่ทันเกม ไม่รู้การเมืองในวงการคณะสงฆ์ ไม่ทันเล่ห์ลิ้นพระ” 

ผมฟังคลิปพูดคุยระหว่าง หลวงปู่พุทธะอิสระ กับ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ที่สอบถามถึงความคืบหน้าคดีวัดธรรมกายพร้อมกับแนะนำการแต่งตั้งเจ้าอาวาสจากคนนอกแล้ว ในฐานะคนทำงานสื่อทีวีมายาวนาน ผมดูจากมุมกล้อง การตั้งกล้องถ่าย การปิดบังใบหน้าผู้ยื่นโทรศัพท์ให้ การเปิดเสียงโทรศัพท์เพื่อให้เสียงเข้าไปยังกล้องที่ตั้งถ่ายไว้ ผมขอตั้งข้อสังเกตุว่า...

“ผู้ถ่ายมีความตั้งใจถ่ายเก็บภาพการพุดคุยเอาไว้ ส่วนคลิปที่หลุดออกมาจะเป็นความตั้งใจหรือความประมาทหรือจะปล่อยด้วยสาเหตุอะไรก็แล้วนั้นก็ต้องไปว่ากันเองในศาลระหว่างคู่คดีความ แต่เรื่องนี้ฝ่ายที่ไม่ชอบท่านก็มองว่า เป็นเรื่องของคนกันเอง”



จากการสอบถามพรรคพวกใน สำนักงานพระพุทธแห่งชาติ และคนใกล้ชิด ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ทุกคนยืนยังตรงกันว่า...“ท่านเป็นคนดี เป็นคนเมตตา ซื่อสัตย์และขยันขันแข็ง” โดยส่วนตัวผมไม่รู้จักท่าน เพราะท่านไม่ใช่คนในวงการคณะสงฆ์ ข้ามห้วยมาจากกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือ DSI ความจริงท่านน่าจะระมัดระวังตัว เพราะตอนมาก็น่าจะรู้ว่า “ปฏิกิริยาสังคม” เป็นอย่างไร??

เท่าที่ฟังจากคนใกล้ชิด “คลิปที่หลุด” ออกมานี้ ท่านโกรธมากไม่คิดว่าคลิปจะหลุดออกมา แต่เมื่อหลุดออกมาแล้ว ผมก็ยังคิดในแง่ดีกว่า ท่านคงไม่ทำตามที่หลวงปู่พุทธะอิสระ แนะนำ หรือหากจะทำก็จะทำแบบเงียบๆ ไม่กระโตกกระตาก เพื่อแก้ข้อครหาถูกมองว่า “ท่านไม่เป็นตัวของตัวเอง” 



ผมประเมินผิดพลาดไม่กี่วันต่อมามีหนังสือออกจาก สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ลงวันที่ 20 มีนาคม 2560 ส่งถึงเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี เรื่องการพิจารณาแต่งตั้งเจ้าอาวาสวัดธรรมกาย โดยท้ายหนังสือระบุว่า “จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนในการดำเนินการพิจารณาตั้งพระภิกษุจากวัดอื่นมาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดธรรมกาย”

ผมมีคำแนะนำท่านด้วยไมตรีจิตว่า...สถาบันสงฆ์เป็นสถาบันหนึ่งก็ต้องยอมรับว่ามีการเมืองทั้งจากพระสงฆ์เอง และการแทรกแซงจากคนนอก พระก็คือปุถุชนคนหนึ่งที่เข้ามาบวชเพื่อขัดเกลากิเลส และในวงการพระสงฆ์ก็มีทั้งพระดีและพระไม่ดี แต่ผมเชื่อว่า “พระส่วนใหญ่ดี” และการที่คลิปหลุดออกมา ผมก็ไม่ได้หมายความว่า หลวงปู่พุทธะอิสระ ท่านเป็นพระไม่ดี ท่านก็มีวิถีทำงานแบบของท่าน การทำงานต้องยึดหลักการตามภารกิจ สำนักงานพระพุทธฯ ที่ว่า “สนองงานคณะสงฆ์และรัฐ โดยการทำนุบำรุงส่งเสริมกิจการพระพุทธศาสนา” 

ท่านมีหน้าที่ต้องรับใช้ทั้งคณะสงฆ์และรัฐบาล เหมือนเป็น “กระโถน” ให้ทั้ง 2 ฝ่าย การที่ในจดหมายท่านไประบุอย่างนั้น ผมคิดว่า “เข้าทาง” คนที่ต้องการจะวิจารณ์บทบาทของท่านในท่ามกลางความขัดแย้งแบบนี้ ในจดหมายไม่จำเป็นต้องระบุข้อความดังที่กล่าวไว้ เพียงแค่เดินทางไปติดตามความคืบหน้าคดีวัดธรรมกายคนในสังคม นักข่าว ก็รู้แล้วว่าท่านไปเพื่ออะไร ดีไม่ดีการที่ระบุแบบนี้ “อาจจะมีแรงต้าน” จากเจ้าคณะปกครอง



เพราะเหมือนไปกดดันท่าน ซ้ำอาจจะก่อแรงกระเพื่อมในหมู่ศิษยานุศิษย์วัดธรรมกายขึ้นมาอีก ซึ่งแน่นอนคนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับวัดธรรมกาย ท่านก็อาจได้ใจคนกลุ่มนั้น และเมื่อชาวพุทธทะเลาะกันเอง ภาพที่ออกไปสิ่งที่เสียหายก็คือ “พระพุทธศาสนา” กรณีจดหมาย เท่าที่คุยส่วนใหญ่ก็มองว่า ผู้อำนวยการสำนักงานพุทธฯ ติดตาม สอบถาม เร่งรัดได้

“แต่เรื่องจะตั้งคนนอกหรือคนในมิใช่บทบาทท่าน” นี่ผมยังไม่พูดถึงความผิดพลาดในประกาศมหาเถรสมาคมครั้งที่ 1/2560 เรื่องหลักเกณฑ์การใช้จ่ายเงินอุดหนุนวัดที่ได้รับจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ผิดพลาดเรื่องพระราชบัญญัติคณะสงฆ์แล้วเสนอให้สมเด็จพระสังฆราชลงพระนาม โดยไม่ตรวจทานก่อน เห็นแชร์กันในกลุ่มไลน์กลายเป็น “ขี้ปาก” ชาวบ้านโดยใช่เหตุ

ผมส่งกำลังใจให้ท่านแก้ปัญหา “วิกฤติในวงการคณะสงฆ์ วัดธรรมกาย” ให้ผ่านพ้นไปด้วยดี อาศัยความซื่อความตั้งใจของท่านเป็นที่ตั้ง สถาบันสงฆ์คณะสงฆ์ยังอยู่กับสังคมไทยอีกยาวนาน ท่านอีกไม่กี่ปีก็ถูก “ถอดหัวโขน” ลงแล้ว ต้องรีบสร้าง “บารมี” อย่าทำงานเพื่อเอาใจกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ทำงานตามบทบาท สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ยึดประโยชน์เพื่อพระพุทธศาสนาเป็นที่ตั้ง



ท่านต้องทำการบ้านศึกษาประวัติศาสตร์การปกครองคณะสงฆ์ให้มาก ปรึกษาหารือกับคนมีความรู้ด้านพระพุทธศาสนาเยอะๆ ศึกษาพฤติกรรมของพระและกลุ่มเคลื่อนไหวตอนนี้ให้ดีว่า “ใครมีเบื้องลึกเบื้องหลังอย่างไร ดีจริงหรือไม่ หรือมีเจตนาอื่นแอบแฝง” หากไม่มีเวลาก็ลองปรึกษาทีมโฆษกของท่านก็ได้ เพราะทุกคนก็ล้วนมาจาก "พระ" รู้ดีว่าใครเป็นใคร หรือไม่ก็หาเวลาอ่านหนังสือ

เช่น การเคลื่อนไหวของยุวสงฆ์รุ่นแรก พ.ศ.2477-2584, วิทยานิพนธ์ การเมืองว่าด้วยการปกครองคณะสงฆ์ ศึกษากรณีอธิกรณ์อดีตพระพิมลธรรม (อาจ อาสภเถร), หนังสือลอกคลาบสังคมสงฆ์,หนังสือศึกสมเด็จ, หนังสือวิทยาพระสังฆาธิการ แต่มีหนังสือเล่มหนึ่งไม่อยากให้พลาด คือ การปกครองคณะสงฆ์ไทยของอาจารย์แสวง อุดมศรี ที่ระบุไว้ตอนหนึ่งว่า …

...ก่อน จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ จะเสียชีวิต ท่านคิดว่าการที่ดำเนินคดีกับ พระพิมลธรรม นั้น เป็นความผิดพลาดมหันต์ เพราะหลงเชื่อพระ พร้อมกับเปรยกับผู้ใกล้ชิดในคราวที่ล้มป่วยอย่างหนักและไปพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านเขาสามมุข บางแสน จังหวัดชลบุรีว่า... “กูไม่นึกเลยว่า พระผู้ใหญ่จะใช้เล่ห์ลิ้นขนาดนี้ ให้กูหายเสียก่อนจะให้ความเป็นธรรมและจะไปกราบขอขมาโทษ” ต่อมาท่านก็เสียชีวิตเสียก่อนไม่ได้ดำเนินการเรื่องนี้แต่ประการใด...

หวังว่า ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จะเข้าใจ...อย่าให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย!!
…..................................
คอลัมน์ : ริ้วผ้าเหลือง
โดย “เปรียญ10” : riwpaalueng@gmail.com
ขอบคุณเพจและคลิปจาก : สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ, Social Share



อยากบอกอะไรไหม ?