2/24/2560

Thai Monks แถลงเปิดใจ หลังทราบข่าว ค่ายโทรศัพท์มือถือระงับสัญญานกระทบผู้ใช้




Thai Monks แถลงเปิดใจ หลังทราบข่าว ค่ายโทรศัพท์มือถือระงับสัญญานกระทบผู้ใช้

กลุ่มตัวแทนองค์กรพุทธ ในนาม Thai Monks แถลงเปิดใจ หลังทราบข่าว ค่ายโทรศัพท์มือถือของไทย ร่วมกับ คสช. , กสทช. , ดีเอสไอ ได้ทำการระงับกระจายสัญญานอินเทอร์เน็ต และ ก่อกวนสัญญานโทรศัพท์เคลื่อนที่ จนพื้นที่บริเวณโดยรอบ วัดพระธรรมกาย และชุมชนใกล้เคียง ขาดการติดต่อสื่อสาร และได้รับความเดือดร้อนอย่างสาหัส ในถ้อยแถลงดังกล่าว มีใจความดังนี้

ก่อนอื่นเรามาตั้งคำถามง่ายๆ แต่ลึกซึ้งมากๆ สักคำถามหนึ่งว่า
“ชนชั้นปกครอง ต้องกระหายอำนาจ อย่างเห็นแก่ตัวขนาดไหน จึงจะอำมหิตเพียงพอ ในการข่มเหงผู้อื่น เพียงเพื่อรักษาอำนาจของตน”

ทั้งที่ทุกคน คือประชาชนคนไทยด้วยกันทั้งสิ้น

#ดีแทค #ทรู #เอไอเอส และ #กสทช องค์กรซึ่งน่าจะใช้โอกาสทางธุรกิจในฐานะผู้ให้บริการ และเป็นที่พึ่งด้านการสื่อสารของประชาชน เพื่อการพัฒนาประเทศชาติ แต่กลับใช้โอกาสดังกล่าว ไปเข้าข้าง อ่อนข้อ ยินยอมต่ออำนาจคนบางกลุ่ม ไปรุมตัดสัญญานอินเทอร์เน็ต ในเขตอำเภอคลองหลวง (บางส่วน) โดยหวังผลต่อกลุ่มธรรมกาย จนเป็นที่น่าหวั่นเกรงว่า ทำไปเพื่อปิดกั้นการกระทำรุนแรง ของฝ่ายรัฐ ไม่ให้เล็ดลอดออกไปสู่สายตาชาวโลก ใช่หรือไม่

คุณคิดผิด และทำผิดพลาดอย่างร้ายแรง และผลเสียจะตกต้องถึงตัวคุณในไม่ช้านี้ เพราะคุณทำลายความคาดหวังและความเชื่อใจของประชาชน จนหมดสิ้น

ถ้าหากมีเหตุด่วน เหตุร้าย ที่กระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนผู้บริสุทธิ์ พวกเขาจะติดต่อขอความช่วยเหลือจากช่องทางใด ?
ได้โปรดไตร่ตรอง และตอบคำถามนี้ ต่อสังคมให้ชัดเจน

การกระทำของท่านผู้มีอำนาจรัฐ เช่นนี้ จะถือว่ายังมีมนุษยธรรมอยู่หรือ ?
ในด้านผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือแต่ละค่าย คุณควรจะตอบตัวเองว่า ว่า สิทธิประโยชน์ ที่ลูกค้าของคุณจะพึงได้รับ คือสิ่งใด

ถ้าคุณขัดคำสั่งคสช. แล้ว คสช. เขาจะฆ่าคุณ อย่างนั้นหรือ ?

คุณมีสิทธิ์ให้ความคุ้มครอง ผู้ใช้บริการ ตามกฎหมาย หากคำสั่งใดไม่ชอบด้วยกฎหมาย คุณมีสิทธิ์คัดค้าน และประชาชนก็จะสนับสนุนการคัดค้านของคุณไปด้วยกัน
แต่คุณกลับปิดกั้นโอกาสตนเอง ที่จะยืนเคียงข้างประชาชนผู้ถูกกดขี่ แล้วก็ลดคุณค่าของตนไปรับใช้อำนาจที่ไม่ชอบธรรม คุณจึงกลายเป็นองค์กรและกลุ่มบุคคลที่ไ้ร้ความชอบธรรมไปด้วย

นอกจากนี้ จะขอตั้งคำถามนี้ กับนักกฎหมาย ทุกองค์กรบริหาร ในหลักการ ทั้งนิติรัฐ และ นิติธรรม ว่า การกระทำอันเกินกว่าเหตุ ที่ธรรมกายถูกกระทำอยู่ มันถูกต้องและเป็นธรรมแล้วหรือ ?

ธรรมกายต้องประสบชะตากรรมนี้ เพราะธรรมกายไปฆ่าใครมา หรือเปล่า ?

คุณงามความดีที่ธรรมกายได้ทำเพื่อส่วนรวม ทั้งต่อชาติ และพระพุทธศาสนา มาอย่างยาวนานนับ ครึ่งศตวรรษ นั่นไม่ได้พิสูจน์ว่า ธรรมกาย หวังดีต่อประเทศไทยและพระพุทธศาสนาแต่อย่างใดเลยหรือ ?

ถ้าพิจารณาในบุคลิกลักษณะของธรรมกาย ในมิติต่างๆ เช่น จิตวิญญาน วิถีพุทธ ศรัทธา ความเชื่อ สิ่งเหล่านี้ เป็นธรรมชาติของความแตกต่างหลากหลายทางทัศนคติ ที่ไม่ควรจะกลายเป็นข้ออ้างเพื่อจะเอามาใช้สร้างความขัดแย้งใดๆ 

เพราะความเชื่อคือสิ่งที่อยู่ภายในหัวสมอง ตามกำลัง สติ ปัญญาของเขา ซึ่งไม่ได้มองเห็นด้วยตา หรือพิสูจน์ด้วย หลักการถูก-ผิด แบบตายตัว เพราะมันคือ แนวคิดความเชื่อเท่านั้นเอง

เนื่องด้วย ความเชื่อแบบธรรมกาย ฝ่ายตรงข้ามอาจไม่ยินยอมรับรู้ ในบริบทอันแตกต่างหลากหลายเหล่านั้น ตามที่ธรรมกายมีและเป็นอยู่ก็ตาม

แต่การหายใจ และการดำรงชีวิต สิทธิและเสรีภาพ ในการใช้สอยสิ่งอุปโภค บริโภค และสาธารณูปโภคพื้นฐาน นั้น เป็นสิ่งที่พวกเขาทุกคน มีสิทธิ์เท่าเทียมกันในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง ทำไมต้องกระทำกับเขา เหมือนกับเขาไม่ใช่คน

เมื่อมองที่ ตำรวจ ดีเอสไอ และ คสช. ดำเนินคดี เกี่ยวกับ คดีผู้ต้องหายาเสพติด , คดีผู้ต้องหาค้ามนุษย์ , คดีผู้ก่อความไม่สงบ โจรใต้ หรือคดีใดๆ ที่ทำให้ประเทศเกิดความเสียหาย กลับไม่พบว่า มีการกระทำล่วงเกินผู้บริสุทธิ์ และละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานกันอย่างมโหฬารแบบที่กระทำกับธรรมกายมาก่อน

สถานการณ์นี้จึงกลายเป็นภาพลักษณ์ที่เผยให้เห็นว่า รัฐบาลกำลังเอาวิธีการของปิศาจชั่วร้าย ไปทำลายฝ่ายตรงข้าม เพียงเพื่อสร้างภาพคนดี สร้างความมั่นคง (ชั่วคราว) ให้กับผู้นำประเทศ และกลุ่มผู้ได้รับผลประโยชน์บางกลุ่ม โดยไม่คำนึงถึงความเสียหายของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเลย

ที่ผ่านมา คสช. เคยอ้างว่า ทำรัฐประหารเพื่อคืนความสุขให้ประชาชนคนไทย ใครอาจคิดว่า รัฐบาลเผด็จการ คือ พระเอกขี่ม้าขาว แต่ผู้ที่มีสติปัญญา จะรู้ว่าพวกเขาคือ มหาโจรในคราบนักปกครอง
ถ้ากฏหมายเป็นเครื่องมือของเขา เขาคือนักปกครอง แต่หากกฎหมายเป็นของประชาชน เขาคือ กบฏ ทรราช ไม่วันใดก็วันหนึ่ง

คณะสงฆ์ไทยทั้งปวง จึงขอเรียกร้ององค์กรด้านสิทธิมนุษยชน ทุกภาคส่วน โปรดเข้ามาแสดงบทบาท อย่างจริงจัง และชัดเจน ในการส่งความช่วยเหลือ ผลักดัน กฎหมายสิทธิมนุษยชน ให้มีผลบังคับใช้ในประเทศไทย เป็นการเร่งด่วน 

เพื่อคุ้มครองสิทธิของประชาชน ทั้งที่เป็น กลุ่มวัดพระธรรมกาย พระสงฆ์ ชาวพุทธ หรือผู้ได้รับผลกระทบรายอื่นๆ ให้ได้รับความเป็นธรรม และเพื่อผดุงไว้ซึ่งสิทธิเสรีภาพ สิทธิมนุษยชน ตามระบอบประชาธิปไตย ในระดับสากล

ขอย้ำว่า ถึงเวลาแล้วที่ประชาชนคนไทย ทั้งพระสงฆ์ ชาวพุทธ ทั้งมวล จะได้ปลดเอกตนเอง ออกจากวังวนแห่งการกดขี่ข่มเหงด้วยอำนาจอันไม่ชอบธรรมของเผด็จการ รัฐประหาร คสช. ในประเทศไทย เพราะหน้าที่นี้เป็นของคนไทยทุกคน

Thai Monks
24/2/2560

แถลงการณ์ ครั้ง ที่ 4

อยากบอกอะไรไหม ?