2/23/2560

เสรีภาพอันงดงามแห่งชาวธรรมกาย บทความสร้างสรรจากคอลัมนิตส์ชื่อดัง"ฉลามเขียว"




เสรีภาพอันงดงามแห่งชาวธรรมกาย บทความสร้างสรรจากคอลัมนิตส์ชื่อดัง"ฉลามเขียว"

คอลัมนิสต์ผู้ข้ามยุคจากกระดาษสู่สื่อดิจิทัล

"ฉลามเขียว" คอลัมนิสต์ชื่อดังที่เราคุ้นชื่อนี้มานานในสื่อหนังสือพิมพ์ เป็นผู้ที่ตรงไปตรงมา มีแนวคิดที่สร้างสรรและวิเคราะห์สถานการณ์ต่าง ๆ ได้เฉียบคม ได้ให้ข้อคิดกับสังคมไทยที่กำลังสับสน ในอำนาจหน้าที่จนขาดความเคารพในศาสนาความเชื่อและเสรีภาพของผู้อื่น

สิ่งสำคัญที่สุดที่เราจะต้องไม่ลืมก็คือ เสรีภาพในการนับถือศาสนา รวมทั้งเสรีภาพในการจะมีวัตรปฏิบัติต่างๆตามความเชื่อของตัวเอง นี่คือ “หัวใจ” ที่เป็นแก่นที่เราคนไทยจะต้องทำความเข้าใจร่วมกันและให้ตรงกัน แล้วก็เคารพสิ่งนี้......

ข่าวบนหน้าจอทีวี ขณะนี้ยังกะประเทศไทยมีเรื่องเดียวเกิดขึ้นอยู่ ข่าวเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ-DSI ปฏิบัติการตรวจค้นวัดพระธรรมกาย โดยมีตำรวจทหาร ฝ่ายปกครอง สนับสนุนปฏิบัติการ ภายใต้คำสั่งมาตรา 44 ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นข่าวที่ผู้คนติดตามกันอย่างเกาะติดที่สุด

ปรากฏการณ์นี้พอกล่าวได้ว่า คนไทยไม่ได้ห่างไกลพุทธศาสนา เมื่อมีเรื่องราวอันน่าสนใจเกิดขึ้นในพุทธศาสนาก็ติดตาม กินข้าวอยู่ก็เงยหน้าดูข่าว และหลายๆคนก็พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน

ปฏิบัติการเริ่มขึ้นเมื่อตี 3 วันที่ 16 ก.พ.2560 เมื่อสถานการณ์เดินมาถึงวันที่ 22 ก.พ.2560 ตัวผม นายฉลามเขียว ก็มีความโล่งใจในระดับหนึ่ง ที่ไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้น หลายๆฉากที่เราได้เห็นการผลักดันกันระหว่างสงฆ์กับตำรวจ ด้านคลองแอน หน้าประตู 5 ประตู 6 ยอมรับว่าเสียวครับ กลัวจะมีเหตุการณ์ “จีวรเปื้อนเลือด” แต่เมื่อไม่มี ก็ถือว่าสบายใจได้แล้ว และทั้งสองฝ่ายก็มีการเจรจากันอยู่ตลอดเวลา ถอยออกห่างจากกันราว 10 เมตร

ความจริงผมตั้งใจจะเขียนเรื่องธรรมกายแค่วันเดียว แล้วไม่เขียนอีกเลย แต่ก็ขอเขียนอีก 1 ตอนนะครับ เพื่อที่จะบอกแก่คนไทยทุกคนว่า สิ่งสำคัญที่สุดที่เราจะต้องไม่ลืมก็คือ

เสรีภาพในการนับถือศาสนา

รวมทั้งเสรีภาพในการจะมีวัตรปฏิบัติต่างๆตามความเชื่อของตัวเอง นี่คือ “หัวใจ” ที่เป็นแก่นที่เราคนไทยจะต้องทำความเข้าใจร่วมกันและให้ตรงกัน แล้วก็เคารพสิ่งนี้

ผมเองก็รู้ว่า สำนักวัดธรรมกายเป็นสำนักที่ดี เป็นสำนักทียึดถือแนวคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งสอนให้ทำแต่ความดี มีเมตตาต่อมนุษย์ด้วยกัน และมุ่งสู่นิพพาน หรือ ความว่างเปล่า ซึ่งถูกต้องนัก เพราะจริงๆแล้วมนุษย์ไม่มีอะไรเลย มาก็ตัวเปล่า ตายไปก็ตัวเปล่า ดังนั้นสิ่งที่ควรทำในขณะมีชีวิตอยู่ก็คือ การเป็นคนดี คิดดีทำดี ไม่เบียดเบียนผู้อื่น

จะมาโทษกันเมื่อเห็นว่า คนอื่นมีวัตรปฏิบัติที่ไม่เหมือนกับตัวเองก็ไม่ถูกนัก ความจริงที่เราเห็นกันอยู่ก็คือ คนไทยชินกับการให้สินบน ตัวผมเองก็อาการหนัก ยกมือไหว้พระแทนที่จะขอให้คุณพระคุ้มครองให้ชีวิตมีความสุข แต่ผมพึมพัมในใจว่า ขอให้ผมถูกรางวัลที่ 1 รางวัลที่2 ก็ไม่เอา แล้วก็ติดสินบนพระ ถ้าได้ตามที่ขอจะมาแก้บนอย่างมโหฬาร

ผมค่อนข้างมั่นใจว่า มีไม่น้อยคนที่มีอาการเดียวกันผม หาได้เข้าถึงลึกซึ้งซึ่งคำสอนของพระพุทะเจ้าเลยแม้แต่น้อย ผมมีอาการละโมบโลภมากจะเอาจากพุทธศาสนาในทำนองนี้ ให้สินบนพระพุทธรูป แล้วก็ปลื้มว่าตัวเองก็คนหนึ่งที่นับถือพุทธ

คนไทยพุทธหลายครั้งๆก็เราอิดหนาระอาใจเมื่อได้เห็นผู้ชายคนหนึ่งห่มจีวระพระ แล้วปฏิบัติอย่างไม่ใช่สงฆ์ เช่น ยืนรอรับบิณฑบาตรหน้าตลาดสด มีคนเอาอาหารถุงมาใส่บาตร สักครู่ก็มีคนมาเอาถุงออกจากบาตรไปวางขายต่อ อย่างนี้เห็นแล้วก็สิ้นศรัทธา ไม่รู้จะตักบาตรไปเพื่ออะไร

หรือไปบางวัด มีการก่อสร้างวัตถุที่คิดว่าศักดิ์สิทธิ์ เป็นรูปสารพัดสัตว์ตามอย่างโบราณ และที่หน้ารูปปั้นสัตว์เหล่านั้นจะมีตู้รับบริจาควางไว้ บางจุดมีเป็นสิบๆ ตู้ เห็นแล้วก็เป็นที่อิดหนาระอาใจอีก

แต่ก็ไม่ว่าอะไรมาก รู้และเข้าใจได้ว่านี่คือวิถีแห่งคนไทย คิดเสียว่าก็คนไทยมีสิทธิเสรีภาพในการนับถือศาสนา นับถือลิทธิตามความเชื่อของตัวเอง

ผมเองไม่เคยไปวัดพระธรรมกาย คลองหลวงปทุมธานี แต่เคยได้สัมผัส เคยมีชีวิตและทำงานร่วมกับ “ผู้ใหญ่” ที่ไปปฏิบัติธรรมที่วัดธรรมกาย คลองปลวง ปทุมธานี เมื่อฟังท่านพูดก็ทำให้ผมเข้าใจได้ว่า ทำไมจึงไปปฏิบัติธรรมที่วัดนี้ เพราะปฏิบัติจริง ไปแล้วจิตใจผ่องแผ้วจริง จากการที่ได้อยู่รวมกันกับผู้ที่มีจิตใจเดียวกัน จิตใจประเสริฐ ไม่คิดจะเบียดเบียนคนอื่นๆ และสำนักนักนี้ไม่มีพิธีกรรมงมงายลุ่มหลงให้เลขให้หวย ให้เครื่องรางของขลัง โดยมีแนวทางชัดเจนคือ ทำกาย...ซึ่งหมายถึงทั้งร่างกายและจิตใจให้เป็นธรรม สมดังชื่อ สำนักธรรมกาย

ธรรมกายมีดี ไม่เช่นนั้นจะไม่มีผู้คนมากมายหลายล้านคนทั่วโลกเลื่อมใสศรัทธา และเข้าร่วม

มีเศรษฐี มหาศรษฐกี คนมีชื่อเสียงในสังคมไทยมากมายเป็นศิษย์สำนักนี้ ในที่นั่งแถวหน้านั้นคนดี นั่นก็ย่อมเป็นเครื่องการันตีได้ดีที่สุดแล้ว

ตัวผมเองแม้ไม่ใช่ศิษย์ธรรมกายก็รู้ จึงมีความดีใจเป็นอย่างมากเมื่อปฏิบัติการของ DSI เดินหน้ามาได้ 7 วัน ถึง 22 ก.พ.2560 เราได้เห็นความห่วงใยจากองค์กรอื่นๆชัดเจนยิ่งชึ้น หลายหน่วยงานยื่นมือเข้ามามีส่วนร่วมให้ปฏิบัติการมีความนุ่มนวลมากชึ้น โดยเน้นไปที่การเจรจา ซึ่งก็ต้องชมคณะสงฆ์วัดธรรมกายด้วยว่า ดีมากที่ท่านให้ความร่วมมือกับ DSI อยากตรวจค้นตรงไหนก็นำตรวจ และคอยห้ามปราม คอยเตือนสติทั้งสงฆ์ ศิษย์วัด ให้ใจเย็น ... นั่นงดงามแท้

“เมื่อมีเริ่มต้นก็ต้องมีจุดจบ”

คำนี้ของท่าน ผบ.ทบ. พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ท่านพูดได้ถูกใจผมมาก ผู้ชายที่มีปืนมากที่สุดในมือพูดเช่นนี้ผมก็สบายใจ และเชื่อว่าคนไทยอีกหลายๆคนที่ติดตามข่าวธรรมกายกอยุ่ก็คงมีความสบายใจ ปฏิบัติการเริ่มขึ้นได้ ยังไงก็จบได้

ผมมีความปรารถนาที่อยากให้จบลงตรงที่....

สิทธิเสรีภาพในการนับถือศาสนา ซึ่งเป็นเสรีภาพอันงดงามของชาวธรรมกาย ในการเลือกนับถือ เลือกปฏิบัคิกิจกรรม ตามความเชื่อของตัวเอง จะต้องคงอยู่ต่อไปและตลอดไป

ผู้มีอำนาจจะต้องแยกให้ออก แยกให้ขาด “วัดธรรมกาย” ก็คือวัดธรรมกาย เป็นวัดที่ดีงาม ดังนั้น อย่าให้มีอำนาจใดทำลายและหยุดยั้งความงดงามแห่งเสรีภาพในการนับถือศาสนาของคนไทยเป็นอันขาด

ขอบคุณเนื้อหา https://twitter.com/Voice_TV/status/834329646539763712

อยากบอกอะไรไหม ?