4/01/2559

พุทธอิสระ "ไม่รอด" ถูกประกาศอุกเขปนียกรรม ตามลำดับ


‣ Thai Monks รายงานข่าวเด่น พุทธอิสระ "ไม่รอด" ถูกประกาศอุกเขปนียกรรม
ตามลำดับ จากภาคใต้ ถึง ภาคอีสาน และกำลังจะเกิดขึ้นทั่วประเทศ


‣ ถือว่า กรณีพระวินัย หลัก อุกเขปนียกรรม ,ปัพพาชนียกรรม ในกระบวนการนิคหกรรมนั้น


‣ พระสุวิทย์ ไม่สามารถ เลี่ยงพ้นด้วยวาจา หรือนิ่งเฉย
เพราะ เมื่อสงฆ์สวดประกาศ เท่ากับอัญเชิญ ดาบอาญาสิทธิ์ คือพุทธพจน์

เป็นการสวดเปิดญัตติ เพื่อ ชี้มูลความผิดแห่งศีล ,อาจาระ (ความประพฤติ) ,
และทิฐิ อันวิบัติ ของพระสุวิทย์

‣ ซึ่งพระสุวิทย์จะนิ่งเฉยจากการสวดประกาศไม่ได้

‣ เพราะถ้าไม่มีมูล สงฆ์ย่อมไม่มีสิทธิ์สวดประกาศ

‣ ถ้าพระสุวิทย์ ไม่ประพฤติวัตร เพื่อแก้ไขตัวเอง ให้สงฆ์เห็นชอบ
ก็ย่อมไม่สามารถถอนตนจาก การถูกอุกเขปนียกรรมไปได้


‣ ยิ่งถ้ายังสังกัด สังวาสเดียวกันกับ มหานิกาย
ซึ่งนับเป็น สมานสังวาส เลี่ยงด้วยวาจาอย่างไรก็ไม่พ้นโทษไปได้
เว้นแต่ ประพฤติวัตรแก้ไข เท่านั้น


‣ ถ้าสุวิทย์ หวังรอด อุกเขปนียกรรม หรือ ปัพพาชนียกรรม ได้นั้น


‣ ต้องแปรสภาพจากการเป็นพระ ไปเป็น สมณะ หรือ พราห์มณ์ หรือ เข้าสังกัดนิกายมหายาน แต่จะไม่มี พรบ.สงฆ์ไทย คุ้มครองว่า สังกัดมหาเถรสมาคม อีกต่อไป


‣ เพราะ พรบ.สงฆ์ไทย กฎหมายครอบคลุม คำว่าพระพุทธศาสนาในไทย เพียง มหานิกาย และ ธรรมยุติ เท่านั้น

----------



ต่อไปเป็นข่าวจาก prachachat.net
-----------------------------

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 30 มีนาคมที่ผ่านมา
คณะสงฆ์จังหวัดอุบลราชธานี ได้ประชุมพระสังฆาธิการสัญจร 
ระดับเจ้าคณะอำเภอ รองเจ้าคณะอำเภอ และเลขานุการในเขตปกครองคณะสงฆ์
จังหวัดอุบลราชธานี ณ วัดป่าก้าว ต.โนนสมบูรณ์ อ.นาจะหลวย จ.อุบลราชธานี 

โดยที่ประชุม มีมติเห็นชอบร่วมกันให้ออกแถลงการณ์
ประกาศลงอุกเขปนียกรรม พระสุวิทย์ ธีรธมฺโม 
หรือพระพุทธอิสระ วัดอ้อน้อย จ.นครปฐม 

  • ฐานไม่เห็นอาบัติ คือ เป็นผู้ก่อความบาดหมาง 
  • ทำความอื้อฉาว 
  • ก่ออธิกรณ์ในคณะสงฆ์ 
  • มีมารยาทที่ไม่สมควร 
  • อยู่คลุกคลีกับคฤหัสถ์ ด้วยการคลุกคลีอันไม่สมควร 

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ที่ประชุมยังมีมติให้คณะสงฆ์แต่ละอำเภอ
สวดประกาศญัตติจตุตถกรรมในเขตสีมา 
เพื่อประกาศลงอุกเขปนียกรรมต่อพระพุทธะอิสระ
ตามพระวินัยต่อไป 

ส่วนกรณีที่มีผู้เห็นว่า ไม่สามารถลงอุกเขปนียกรรมพระพุทธอิสระได้นั้น 
ที่ประชุมสงฆ์ลงมติ ว่า สามารถทำได้ เพราะแม้ไม่ได้ระงับอธิกรณ์โดยสัมมุขาวินัย 
คือ การระงับต่อหน้า ในสีมาเดียวกัน 

แต่พระสงฆ์ทั้งหมดก็ถือสังวาสเดียวกัน คือ มหานิกาย 
เนื่องจากพระในเมืองไทยมีสองนิกายเท่านั้น คือ ธรรมยุติ กับ มหานิกาย 

การบวชของพระพุทธะก็บวชโดยพระอันดับจากสงฆ์ไทย มีพระคู่สวด 
และพระอุปัชฌาย์จากคณะสงฆ์ไทย ภายในอุโบสถสีมาคณะสงฆ์ไทย 
และใช้หนังสือสุทธิรับรองความเป็นพระที่ออกจากคณะสงฆ์ไทย 
ฝ่ายมหานิกาย เป็น "สมานสังวาส" ไม่ใช่ "นานาสังวาส" 

พระสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย จึงสามารถลงอุกเขปนียกรรมพระสุวิทย์ ได้ 
ในฐานะทำให้คณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกายเสียหาย 

ส่วนที่มีผู้เสนอว่า ทำไมไม่ประกาศลงปัพพาชนียกรรม 
ขับไล่ให้เด็ดขาดไปเลยนั้น ที่ประชุมเสนอว่า 

ระหว่างการลง อุกเขปนียกรรม กับ ปัพพาชนียกรรม 
ผลก็ไม่ต่างกัน คือ เป็นการขับออกจากสงฆ์ อุกเปนียกรรม 
เป็นการขับออกไปชั่วคราว แต่ยังมีเมตตาแบบพระสงฆ์ 
ให้โอกาสกลับตัวกลับใจได้ 

ส่วน ปัพพาชนียกรรม เป็นการขับออกไปแบบถาวาร 
ตัดขาดไปเลย ชอบอย่างไรก็ไปยึดถือแบบของตัวเอง 
หากลงอุกเขปนียกรรมแล้ว ยังไม่สำนึกผิดอีก 
ยังมุ่งมั่นตะเกียกตะกายทำลายสงฆ์ ยังดื้อด้าน 
หยาบคาย ก่อความเสียหายแก่สงฆ์ไม่หยุดหย่อน 
ก็ให้ลงโทษสถานหนัก ประกาศปัพพาชนียกรรม 
ขับไล่ออกจากหมู่สงฆ์ สิ้นสุดความเป็นพระในหมู่คณะ 
หาอาวาสมิได้ จากนี้ไปจะทำอะไรก็เรื่องของบุคคลนั้น 
ไม่เกี่ยวกับสงฆ์


อยากบอกอะไรไหม ?