3/11/2559

อย่าคิดว่า ศีลดี ปฏิบัติดี ย่อมเพียงพอแล้ว ที่จะรักษาพระพุทธศาสนา


หลาย 10 ปีมานี้ 
ท่านได้เห็น สิ่งเหล่านี้แล้วรู้สึกอย่างไร.. คือ

การที่พระวัดหนึ่ง พูดออกสื่อเพื่อด่าพระอีกวัดหนึ่ง

การที่พระวัดหนึ่งเขียนหนังสือวิชาการ เชิงกรณีศึกษา
เพื่อโจมตีพระอีกวัดหนึ่ง

การที่พระวัดหนึ่ง ใช้อำนาจรัฐ ข่มเหง 
บีบคั้นพระสงฆ์ด้วยข้อหาที่ตนเป็นฝ่ายตั้งขึ้น
เพื่อทำลายพระอีกวัดหนึ่ง

หรือการที่พระกับโยมสมคบคิดกัน 
จ้องทำลายการปกครองสงฆ์
โดยการด่าบริภาษ แสดงกิริยาและ
ใช้วาจาเหยียดหยาม ส่อเสียด ดูหมิ่นพระมหาเถระ
รูปอื่นๆ ด้วยข้อหาที่ตั้งขึ้นเอง 
และสรุปคำวินิจฉัย โจทย์อาบัติเขาด้วยตัวเอง

ปรากฏการณ์ในสังคมเหล่านี้ ท่านได้ข้อคิดอะไร 
หรือ ท่านได้มีปฏิกิริยาตอบสนองร่วมต่อเหตุการณ์นั้นอย่างไร


เอาล่ะ มาศึกษาแนวคิดของผู้เขียนดูบ้างว่า
หลักความเป็นจริงในพุทธประเพณีนั้น อะไร เป็นอะไร

ใครที่คิดว่า ศีลดี ปฏิบัติดี
นั่นย่อมเพียงพอแล้ว ที่จะรักษาพระศาสนา
หรือ เพียงรักษาศีลแล้ว พระศาสนาจะไม่มีภัย 
ให้คิดใหม่นะครับ


ให้สังเกตพระพุทธเจ้าครับ ว่าท่านมีภัยคุกคามหรือไม่
พระพุทธเจ้าประสบภัยคุกคามจากใครบ้าง
ท่านที่ศึกษาพระพุทธประวัติมาแล้วอย่างครอบคลุม
จะทราบว่า ภัยพระศาสนา มีทั้งภัยภายนอกจากลัทธิอื่น
รวมทั้งภัยพระศาสนาจากภัยภายในของคนพาล
ที่มารเข้าสิง


สรุปว่าแม้มีศีลกันครบถ้วนบริบูรณ์แล้ว 
แต่ภัยพระศาสนาก็ยังมีนะครับ 
พระพุทธเจ้าพระองค์ทรงเป็นพระสัพพัญญู 
เป็นผู้มีพุทธานุภาพ จึงขจัดภัยเหล่านั้นได้


ดังนั้นเรื่องศีล คือเรื่องสำรวมอินทรีย์ส่วนตน
และการสำรวมกายกรรม วจีกรรมไม่เบียดเบียนผู้อื่นครับ


ส่วนภัยพระศาสนา ในประเทศไทย คือ 
การคุกคามจากพวกไม่มีศีลครับ
ขอให้ระมัดระวัง และอย่าประมาทต่อคนพวกนี้ครับ


พระพุทธเจ้าปราบคนพาลพวกนี้ด้วยพุทธานุภาพ 
และมีเทวานุภาพเข้ามาช่วยเสริมอีกด้วย
ส่วน ผู้ไม่มีฤทธานุภาพ จะปกป้องภัยพระศาสนาอย่างไร ?


พระพุทธเจ้าทรงมีคำตอบครับ คือ 
ให้ใช้ความสามัคคีอย่าทะเลาะกันเรื่องศีล 
และ ข้อปฏิบัติ ของอีกฝ่ายที่ตนเห็นต่าง
แต่ให้ช่วยกันปกป้องพระสงฆ์ผู้ทรงศีลและสามัคคีกัน
ชักชวนกุลบุตรออกบวช 


-----------------
[ พระไตรปิฎก - โมทสูตร ]

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย 
ธรรมอย่างหนึ่งเมือเกิดขึ้นในโลก 
ย่อมเกิดขึ้นเพื่อเกื้อกูลแก่ชนเป็นอันมาก 
เพื่อความสุขแก่ชนเป็นอันมาก เพื่อประโยชน์
แก่ชนเป็นอันมาก เพื่อเกื้อกูล 
เพื่อความสุขแก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย

ธรรมอย่างหนึ่งเป็นไฉน คือ สังฆสามัคคี 
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็เมื่อสงฆ์
พร้อมเพรียงกันอยู่ 
ย่อมไม่มีการบาดหมางซึ่งกันและกัน 
ไม่มีการบริภาษ
ซึ่งกันและกัน ไม่มีการขับไล่ซึ่งกันและกัน 
ในเพราะสังฆสามัคคีนั้น ชนทั้งหลายผู้ยังไม่เลื่อมใสย่อมเลื่อมใส 
และชนผู้เลื่อมใสแล้วย่อมเลื่อมใสยิ่ง ๆ ขึ้น.

พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสเนื้อความนี้แล้ว 
ในพระสูตรนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสคาถาประพันธ์ดังนี้ว่า

ความพร้อมเพรียงของหมู่ให้เกิดสุข
และการอนุเคราะห์ซึ่งหมู่ผู้พร้อมเพรียง
กันให้เกิดสุข ผู้ยินดีแล้วในหมู่ผู้พร้อม-
เพรียงกัน ตั้งอยู่ในธรรม ย่อมไม่เสื่อม
จากธรรมอันเกษมจากโยคะ ผู้นั้นกระทำ
หมู่ให้พร้อมเพรียงกันแล้ว ย่อมบันเทิงใน
สวรรค์ตลอดกัป.


-----------------


คราวนี้หวังว่าท่านน่าจะได้แง่ คิด และหลักการวางตัว
ให้เหมาะสม เมื่อมีความขัดแย้งระหว่างสงฆ์เกิดขึ้น
และตระหนักรู้มากขึ้นแล้วว่า พระพุทธศาสนาใน
ประเทศไทยนั้น อันที่จริงแล้วปัญหาเกิดจากอะไรกัน

เป็นเฉพาะภัยภายใน หรือ ภัยภายนอก กันแน่ ?
หรือ เป็นปัญหาจาก ภัยทั้ง 2 ประการ ?
หวังว่าท่านจะเข้าใจปัญหานี้แล้ว

ขออนุโมทนาที่ได้ช่วยกันปกป้องรักษาพระพุทธศาสนา


ผู้เขียน @นิยตะ
บทความ ในโครงการ #ThaiMonksArticles
คณะสงฆ์ไทย ต้านภัยพระพุทธศาสนา ผ่านทางโซเชี่ยล

อยากบอกอะไรไหม ?