2/27/2559

เจ้าคุณเบอร์ลิน : เตือนสติสตรีผู้ถือหอกให้พุทธอิสระ




เจ้าคุณเบอร์ลิน : เตือนสติสตรีผู้ถือหอกให้พุทธอิสระ.
..........

- วันนี้วันหยุด ผมจะนำไปเอาความรู้เกี่ยวกับเรื่อง อาบัติพระมาเสริมกันอีกรอบครับ.

- ดีครับ รู้เรื่องแบบนี้มากๆ เบื้องต้นจะได้ไว้ป้องกัน "พระเทียม หลอกต้มเอา".

- พร้อมทั้งจะนำไปจับตา

"สตรีที่หลงเล่นกับไฟนรก มองเห็นกงจักรเป็นดอกบัว

หลงไปเดินตาม และคอยถือด้ามหอกให้พุทธอิสระ มาทิ่งแทงคณะสงฆ์ไม่หยุดหย่อน" กันครับ

- ใครเป็นญาติเป็นเพื่อน จะได้ช่วยกันดึงออกมาชะ.

- งวดนี้ จะเตือนกันมาดี ๆ นิ่ม ๆ ก่อนว่า

"วงการพระทั้งสองนิกาย เขารู้เท่ากันแล้วนะ"

- ข่าวเรื่องสตรีนี้ ต้องถามพุทธอิสระว่าใช่หรือไม่ครับ..
......

อาบัติ (อีกครั้ง)
...........

เบื้องต้น ขอเตือนด้วยหวังดีครับ

เตือน 1

- ก่อนอื่นต้องขอเตือนไปยังพวกเปรียญหัวหมอ ที่รับใช้พุทธอิสระสองสามคน ว่า..

- พวกท่านกำลังจะทำผิดใหญ่หลวง จะถูกตราหน้าทั้งตระกูลว่า

เป็นคนเนรคุณพระศาสนา เนรคุณสำนัก เนรคุณครูอาจารย์ ที่เคยสั่งสอนวิชาให้มา.

- หันกลับไปดูหน่อยซิครับว่า หลวงพ่อเรา สำนักเรา ถูก พุทธอิสระ มันข่มเหง ข่มขู่ ทำให้เดือดร้อนอย่างไรบ้าง.

-ขอให้ถอยออกมาเถอะครับ เพราะผลกรรมที่จะตามมามันมากเหลือเกิน.

- พวกท่านก็ไม่ใช่คนโง่นะครับ
อย่าหลงเดินทางผิดอีกเลย ผมชี้ทางให้แล้วนะครับ.
......

เตือน 2 ก็คือ...

- สตรีที่คอยจับหอกให้ พุทธอิสระ เพื่อนำมาทิ่มแทงใส่คณะสงฆ์นั้น.

- เจ้าคุณเบอร์ลิน ขอเตือนว่า..

- ขอให้กลับตัวกลับใจเสียใหม่ นะครับ.

- ขอสั้น ๆ ว่า ท่านจะได้ไม่ตายแบบอนาถา ดังตัวอย่างที่เห็น.

- เมื่อเลือดตกต้องแผ่นดิน วันเผาจะหาพระไปสวดศพให้ได้ครบ 4 รูป ก็ยังไม่มี.

- ดูสตรีที่เคยสร้างเวรสร้างกรรมให้กับคณะสงฆ์คนก่อน.

- ก็เคยมีเคยเห็นกันมาแล้ว เป็น "ภูตปุพพัง" ยังไม่จดจำกันอีกหรอครับ.

- เรื่องเคยมีมาแล้ว พอตายลง จะหาพระทั้งประเทศ ไปชักผ้าบังสุกุลหน้าหีบศพ ก็แทบจะไม่มี.

- เวลามีชีวิตอยู่ วางตัวสูงส่ง เที่ยวข่มขู่กดหัวพระไปทั่ว เวลาตาย กลับตายแบบอนาถา.

- จึงขอเตือนว่า ท่านจะเอาอย่างงั้นใช่ไหม ครับ สตรีที่จับหอกพุทธอิสระอยู่ขณะนี้น่ะ.

- เลิกเสียทีเถอะครับ เพราะหากจับดีก็ดีไป.

- เกิดจับไม่ดี หอกพุทธอิสระหักขึ้นมาก่อนงานชั่วสำเร็จละก็จะยุ่ง

เดี๋ยวจะหาว่าเจ้าคุณเบอร์ลินไม่เตือน.

- ทุกวันนี้ พระสงฆ์องคเจ้าทั้งสังฆมณฑล ท่านรู้กันหมดนั่นแหละ ทั้งพระธรรมยุติและมหานิกาย นะแหละครับ.

- ท่านจะพูดหรือไม่พูดก็อีกเรื่อง.

- อย่าหลอก อย่าหลงตัวเองว่า ไม่มีใครรู้ ต่อไปอีกเลย.

- คงเตือนได้เท่านี้แหละครับ หากท่านจะยังมุ่ง "เข้าพวก"ก่ออนันตริยกรรม ก็เรื่องของท่าน.

- นี่อีกรายที่ผมได้ชี้ทางสว่างให้เดินแล้วนะครับ.

- ใครไม่ใช่ ใครไม่เกี่ยว ก็ไม่ต้องร้อนตัวนะครับ.
....

เข้าเรื่องอาบัติ

- ก่อนอื่น อันผมเจ้าคุณเบอร์ลินนั้น แม้ไม่ได้เป็นเปรียญสูง อะไร.

- แต่ถือว่าโชคดีในชีวิต ที่เกิดมาแล้ว มีบูรพาจารย์ดี ท่านสอนสั่งให้รู้ผิดชอบชั่วดี.

- ให้ผมว่า รู้อะไรเป็นประโยชน์ ไม่เป็นประโยชน์ อะไรเป็นคุณอะไรเป็นโทษ ต่อพระศาสนา.

- ที่สำคัญจิตใจผมไม่คิดชั่วครับ.
......

- วันก่อนผม เห็นพุทธอิสระ ยกวินัยมาโต้ เจ้าคุณเบอร์ลิน

เรื่อง "ฟื้นอธิกรณ์"

- ให้รู้ว่า ...

- ไอ้ที่ยกมาพูดนั้น ไม่ใช่ภูมินักธรรมชั้นเอก อย่างพุทธอิสระแน่.

- เห็นจะเป็นภูมิเปรียญเอก จำพวกที่เรียกว่า

พวกเปรียญผีตีนโรงตีนศาล จับยัดใส่ปากให้พุทธอิสระพูดเสียมากกว่า.

- แกคงกำลังมึนพระวินัยที่เจ้าคุณเบอร์ลินสอนไปหลายดอก.

- จึงหาวิธีแก้อยู่พักหนึ่ง พอหูตาเพิ่งสว่าง จึงโต้แบบแก้เกี้ยว.

- จึงไปยกเอาคำอธิบายพระวินัยที่ชาวบ้านเขา ไม่รู้.

- เอามาหลอกตีกิน โดยยก "บทภาชนีย์" แห่งพระวินัยมาอ้างส่งเดช.

- ซึ่งก็คงหลอกได้แค่สาวกในสำนักพุทธอิสระเท่านั้นแหละครับ.

- คงไปหลอกชาวพุทธที่มีใจเป็นธรรม ไม่ได้หรอกครับ

- โดยเฉพาะศิษย์ในโพสต์ "เจ้าคุณเบอร์ลิน" เพราะวันนี้ เขารู้ทันกันหมดแล้ว.
.......

- เมื่อยก"บทภาชนีย์" มาแล้ว.

- ทำไมไม่ยกบท "อุกเขปนีย์" มาด้วยครับ.

- หรือกล้าๆ กลัวๆ ถ้างั้น เจ้าคุณเบอร์ลิน จะสอนให้จบหลักสูตรไปเลย

เผื่อจะได้หายโง่บ้าง.

- ที่จริง พุทธอิสระ แกน่าจะสอนชาวพุทธให้รู้

"อุกเขปนียกรรม" คือ การขับไล่พระที่สร้างความร้าวฉานให้คณะสงฆ์ นะครับ.

- ซึ่งเป็นหลักใหญ่ มากกว่าจะไปหยิบยกข้อปลีกย่อยอย่าง "บทภาชนีย์" มาอธิบาย.

- หรือเกรงว่า กรรมมันจะเข้าตัว จึงไม่ยอมแจกแจง เกรงจะทำให้สาวกได้หูตาสว่าง หนีไปหมด.

- ว่าไปแล้ว ที่จริง คนอย่างพุทธอิสระ นั้น.

- ในเมื่อไม่ถือพระวินัยแล้ว ก็ไม่ควรเที่ยวยกพระวินัยของพระพุทธองค์ มาอ้างอะไรนะครับ.

- เพราะเป็นของสูง ของประเสริฐนำลงมาเกลือกกลั้วชีวิตสกปรกของพุทธอิสระ ทำไมครับ.

- เพราะถ้าพุทธอิสระ ถือพระวินัยจริง แกก็คงไม่เที่ยวเดินนำม๊อบการเมืองตามถนนเช่นนั้นหรอก.

- อย่างพุทธอิสระนี่ ผมว่าเป็นได้ ก็แค่พระกุ๊ยเฝ้ากรวยอยู่ข้างถนน.

- ที่เที่ยวอันธพาลข่มขู่ "ปักกตัตตะภิกษุ" ผู้มีศีลเป็นที่รัก ที่เขาไม่ถือสาหาความอะไรเท่านั้นแหละ.

- แต่วิธีอันธพาลนี้ มาใช้ข่มขู่เจ้าคุณเบอร์ลินไม่ได้ผลนะครับ

- เพราะเลือดครูบาอาจารย์ ในตัวผมมันเข้มข้น เกินพิกัดครับ.

- วันนึ้ ผมจะสอน เรื่อง "บทภาชนีย์" ให้ท่านโพธิสัตว์จอมลวงโลกสักวัน เพื่อหูตาจะได้สว่างขึ้นบ้าง.

- ชาวพุทธก็จะได้ความรู้ไปด้วย.
................

ค่อย ๆ อ่านนะครับ

- ที่จริง "บทภาชนีย์" ก็คือคำอธิบายข้อปีกย่อยประกอบพระวินัยข้อนั้นๆ เท่านั้นเอง.

- แต่พุทธอิสระแกให้เล่ห์ เอามาตบตา

- ทำทียกมาพูดให้ดูเป็นสิ่งใหญ่โต โดยไม่ยอมยกหลักใหญ่ๆ ของการวินิจฉัยพระวินัยมาด้วย.

- อันว่า อธิกรณ์ที่ตัดสินไปแล้ว จะรื้อฟื้นได้ ไม่ได้นั้น.

- หลักสำคัญ คือ จะต้องดูว่า ใครเป็นคนรื้อ คนรื้อมีอำนาจหน้าที่ในการรื้อหรือเปล่า.

- ตรงนี้แหละครับที่ พุทธอิสระ แกเจตนาแถออกไป เพราะเกรงจะเข้าเนื้อตัวเอง.

- กรณีนี้ ต้องยึดหลักใหญ่ๆ 3 หลัก คือ

1. อธิกรณ์

2. นานาสังวาส

3. สมานสังสวาส.
.............

อธิบายประกอบได้ว่า

1. เรื่องนี้เป็นอธิกรณ์ ชื่อ "อาปัตตาธิกรณ์" คือ ฟ้องร้องกันว่า เป็นอาบัติ ไม่เป็นอาบัติ เป็นอาบัติหนัก อาบัติเบา ฯลฯ.

2. เมื่อฟ้องร้อง นำมาสู่การกสงฆ์ผู้วินิจฉัยคดี จนหาข้อยุติได้แล้ว เสร็จสิ้นไปแล้ว ตามกฏนิคหกรรรม.

- แต่เมื่อมีพวกหัวหมอ ไม่ย่อมรับการวินิจฉัย จากนั้น

- มันจึงกลายเป็น "วิวาทาธิกรณ์" คือ ทะเลาะวิวาทกันว่า ถูกธรรมถูกวินัย หรือ ไม่ถูกธรรมถูกวินัย ใครดีกว่าใคร ใครเคร่งกว่าใคร หรือใครพระของใคร.

- ต่างฝ่ายต่างแสวงหาพรรคพวกถือห่างกันโพนทะนาใหญ่โตขึ้น ฆารวาสศีล 5 ผสมโรงอีก.

3. เมื่อกลายเป็นเรื่อง "วิวาทาธิกรณ์" ทะเลาะวิวาทกันและกัน.

- เพื่อไม่ให้เรื่องลุกลามบานปลายขยายวงออกไป สร้างความเสียหายให้สงฆ์หมู่ใหญ่.

- พระพุทธเจ้าจึงทรงจำกัดวงตัดสินให้อยู่ใน "สมานสังสวาส" คือ กำจัดวงให้อยู่ในการติดสินของภิกษุสังวาสเดียวกัน ตัดสินกันเอง.

- ส่วนภิกษุ "นานาสังวาส" (ต่างสังวาส) ห้ามไม่ให้เข้ามายุ่ง.

- เพราะถ้ามายุ่ง วงทะเลาะวิวาทก็จะขายกว้างออกไป ทำให้พระศาสนาวุ่นวายมากขึ้น ไม่เป็นผลดี.

- ชัดมัยครับ.
.........

- ทีนี้ ก็ต้องย้อนถาม ละว่า รู้หรือยัง "พุทธอิสระ" และ "มือที่จับหอกพุทธอิสระ" ว่า .....

พระพุทธเจ้าทรงประเสริฐสูงส่งแค่ไหน เพียงไร.

- พวกท่าน ก็อย่าเที่ยวยกเอาปัญญาพวกเปรียญผีตีนโรงตีนศาล พวกเนรคุณแม้แต่สำนักเรีนตนเองมารับใช้อยู่เลย.

- ทั้งยังมาแอบอ้างว่า เป็นปัญญาตนอีก ส่ออกุศลเจตนาแล้ว

- แบบทำมันไม่สุดสิ้นกระบวนความ ขยักขย่อนแบบเล่ห์

- พฤติกรรมตีกิน แบบนักการเมืองที่ทำเป็นอาจิณนี้.

- ผมว่าแทนที่จะเป็นพญาราชสีห์แห่งเวทีแจ้งวัฒนะผมว่าจะเป็นได้ก็แค่สนัขจิ้งจอกจอมเล่ห์เลี่ยมเท่านั้นแหละครับ.

- เลิกหลงตนเสียทีนะครับ มาอยู่กับความจริงสักทีเถอะ อายุคนเรามันก็ไม่เกิน 100 ปี นะครับ.

- ที่จริง ชาวพุทธ เราควรทราบว่า

- คนอย่างพุทธอิสระ ที่มีพฤติกรรมก้าวร้าว เล่ห์เหลี่ยม ฉ้อฉล ประหนึ่งสนัขจิ้งจอก นี้.

- ทั้งเป็นที่เอือมระอาแก่หมู่คณะนั้น.

- จำพวกนี้ พระพุทธเจ้าทรงให้ทำ "อุกเขปนียกรรม" คือ ทรงให้ขับไล่เสียจากหมู่คณะครับ.

- เพราะอยู่ไปก็รังแต่จะสร้างความร้าวฉานให้คณะสงฆ์.
...........

สรูปว่า

- ถ้าพุทธอิสระ มาอ่านเจอโพสต์นี้ของผมด้วยละก็

- ขอให้รีบอพยพนำหมู่พวก ของท่านออกไปจาก คณะสงฆ์ไทยไปเร็ว ๆ เสียเถอะครับ.

- ผมว่าอยู่ไปนานวัน ก็ล่อนจ้อนขึ้นทุกวัน ไม่อายคน ก็ให้อายหมามันบ้างนะครับ.

(พระด้วยกันก็พูดตรง ๆ แบบนี้แหละครับ)

- ผมจะแถมกลุ่มกว๊นพวกอุตริสอนบาลีสังฆราชเช้าเย็นนี้ให้ท่านไปด้วย จะได้ขึ้นสวรรค์กันเร็ว ๆ ไงครับ.

- ถึงวันนั้นจริง ๆ ผมว่าแผ่นดินสังฆมณฑลนี้ คงจะสูงขึ้น เบาขึ้นมหาศาลเลยที่เดียว.
........

- วันนี้ ได้ความรู้เพิ่มอีกแล้วนะครับ.

- อ่านแล้วก็จำไว้ครับ จดไว้กันลืมก็ดี หาอ่านยากนะครับแบบนี้.

- เรื่องอาบัตินี้ มาถึงตรงนี้ คิดว่าน่าจะครอบคลุมหมดแล้วละครับ.

- แต่ถ้าหาก พุทธอิสระ แกจะยังแถกแถไปได้อีก ผมว่าแกน่าจะถือนิกายของแกเองแล้วละครับ.

โชคดีมีชัยทุกท่านครับ

เจ้าคุณเบอร์ลิน

27.02.2016

อยากบอกอะไรไหม ?